gototopgototop
 

บริษัท คลังพลาซ๋า ห่วงใยสุขภาพ ได้ติดตั้ง Ozone Generator OTECH

กิจกรรมเพื่อสังคม

 

ก๊าซโอโซนคืออะไร
 
...............โอโซนเป็นก๊าซที่เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นทางอุตสาหกรรม เนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของโอโซนที่สามารถ แก้ปัญหาสิ่งปนเปื้อนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านมลภาวะแวดล้อมได้เป็นอย่างดี นอกจากประโยชน์ของโอโซนที่รู้จักกันแล้วโอโซนยังมีโทษรุนแรงด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจและการนำไปใช้งาน โอโซนมีใช้มานานแล้ว การใช้งานโอโซนแพร่หลายในลักษณะของการบำบัดน้ำ หน้าที่ของโอโซนที่เด่นมากที่สุดในประเภทของสารที่ทำหน้าที่เหมือน ๆ กันคือ การฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะไวรัส ซึ่งคลอรีนไม่สามารถทำลายได้ ดังนั้นในปัจจุบันและอนาคตโอโซนจึงเป็นทางเลือกที่ดีมากในการบำบัดน้ำ
 
...............อากาศมีองค์ประกอบหลักคือก๊าซไนโตรเจน( 2 N ) 79% และก๊าซออกซิเจน ( 2 O ) 21% โดยประมาณ นอกนั้นเป็นก๊าซเฉื่อยและไอน้ำ โอโซน (Ozone: O3) เป็นก๊าซที่ประกอบด้วยออกซิเจน 3 อะตอมจับตัวกันอยู่ในสถานะไม่เสถียร (Meta-stable state) สลายตัวได้ง่ายขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแวดล้อมและความหนาแน่นของปริมาณที่ผลิต ขั้นตอนการผลิต ประกอบด้วยกระบวนการสร้างอะตอมอิสระของออกซิเจน (free radical) จากโมเลกุลก๊าซออกซิเจนในอากาศ หลังจากนั้น อะตอมอิสระเหล่านี้จะรวมตัวเข้ากับโมเลกุลก๊าซออกซิเจนเกิดเป็นโอโซน 3 O คุณสมบัติที่โดดเด่น คือ เป็นตัวออกซิไดซ์ (Oxidize)
 
...............ก๊าซโอโซนมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อไวรัส ซึ่งคลอรีนไม่สามารถทำลายได้ ซึ่งคุณสมบัติของก๊าซโอโซนมีค่าศักย์ออกซิเดชันสูงถึง 2.07 Volts (สำหรับ คลอรีน 1.36 Volts) ก๊าซโอโซนมีการทำปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่าคลอรีน แต่มีช่วงเวลาสิ้นสุดการทำปฏิกิริยาเนื่องจากก๊าซโอโซนสามารถสลายตัวง่าย ดังนั้นในปัจจุบันและอนาคตโอโซนจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจใน การบำบัดน้ำ และอากาศ ซึ่งจะช่วยให้ไม่มีสารเคมีตกค้าง รวมไปถึงการนำไปประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ

 

 

คุณสมบัติเด่นของโอโซน
  - เป็นก๊าซมีกลิ่น สัมผัสได้ที่ความเข้มต่ำในอากาศ 0.01 PPM
- มีสีน้ำเงินเข้ม จะมองเห็นได้ที่ความเข้มข้นสูงหลายพัน PPM หรือในขณะที่เป็นของเหลว
- เป็นก๊าซที่ไม่เสถียร จะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนหรือทำปฏิกิริยากับสิ่งรอบตัวอยู่ตลอดเวลา
- เป็นก๊าซที่มีพลังงานในการออกซิเดชั่น(Oxidation Potential) สูง ( 2.07 V in alkaline solution ) สูงกว่าคลอรีน 152% ....ซึ่งนอกจากฟูออรีน ซึ่งเป็นพิษแล้วโอโซนถือว่าเป็นสารที่มีพลังงานออกซิเดชั่น สูงสุด
- มีความหนาแน่น( Density) เป็น 1.5 เท่าของออกซิเจน
- มีสถานะเป็นแก๊สที่อุณหภูมิห้อง เป็นของเหลวที่อุณหภูมิ -170 องศาฟาเรนไฮต์(-112 องศาเซลเซียส) (มีสีน้ำเงินเข้ม)และเป็นของแข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -420 องศาฟาเรนไฮต(-251 องศาเซลเซียส)
- สามารถละลายน้ำได้ดีกว่าออกซิเจน(O2) 13 เท่า
- มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคได้เร็วกว่า คลอรีนกว่า 150 เท่าและทำปฏิกิริยาได้เร็วกว่า คลอรีนกว่า 3,000 เท่า
- สามารถย่อยกำจัดสี กลิ่น ก๊าซพิษและสารเคมีได้ดี
- ฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัส
- ช่วยให้สารโลหะตกตะกอนได้เร็วขึ้น
- ย่อยสลายทำให้สารอินทรีย์เคมีและสารประกอบของโลหะหนักแตกตัว
- ทำให้ความขุ่นที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำรวมตัวกันและตกตะกอน
- ยับยั้งการเจริญเติบโตของสาหร่ายและตะไคร่น้ำ
- กำจัดอนินทรีย์สารพวก ซัลไฟท์ และไนไตรท์
- สามารถกำจัดอินทรีย์สารต่างๆ เช่น ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น

 

 

การใช้โอโซนบำบัดน้ำเสีย
 
  ...............ในอุตสาหกรรม เมื่อน้ำผ่านการใช้งานแล้วจะมีกลิ่นเหม็นและสีที่เปลี่ยนไปตามลักษณะของอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งก๊าซโอโซนมีคุณสมบัติทำปฏิกิริยาการออกซิเดชั่นได้กับสารเคมีและเชื้อโรคต่างๆ ดังนั้นก๊าซโอโซนจึงมีประโยชน์ในการบำบัดน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ใช้เป็นสารฟอกสี กำจัดสารไซยาไนด์ ฆ่าเชื้อโรคแทนสารละลาย หรือก๊าซคลอรีน กำจัดกลิ่นเน่าเหม็นของน้ำ
 
.
 
การใช้โอโซนในสระว่ายน้ำ
  ...............สระว่ายน้ำเป็นสถานที่ๆมีผู้คนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องดูแลคุณภาพและความสะอาดอยู่เสมอ เนื่องจากอาจมีเชื้อโรคต่างๆติดมากับผู้ที่มาใช้บริการสระน้ำ เช่น โรคผิวหนัง โรคตาแดง ฯลฯ สระว่ายน้ำส่วนใหญ่จะใช้คลอรีนในการบำบัด อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนัง ทั้งยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย การนำโอโซนมาใช้ในสระว่ายน้ำ ทำให้ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตราย, ลดปริมาณการใช้คลอรีนกว่า 80%, คุณภาพน้ำในสระมีความใสขึ้น
   
 
การฆ่าเชื่อโรคในระบบผลิตน้ำดื่มและน้ำประปา
 
  ...............น้ำนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นของชีวิตและเป็นพาหะนำโรคได้ดี โดยเฉพาะน้ำที่ไม่สะอาด เป็นเหตุให้เกิดการเจ็บป่วยหรือการแพร่เชื้อโรคไปยังผู้อื่น เช่น การดื่มน้ำจากเครื่องทำน้ำเย็นในที่สาธารณะ ดังนั้นการใช้โอโซนใน การฆ่าเชื้อโรคในน้ำดื่มหรือภาชนะใส่น้ำสำหรับใช้จึงมีความเหมาะสมมาก เนื่องจากไม่มีสารตกค้าง และฆ่าเชื้อโรคได้ ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายตกค้าง, ฆ่าเชื้อโรคได้ดีกว่า UV
   
  การอนุรักษ์พลังงานคูลลิ่งทาวเวอร์
 
   
  - ปริมาณ TDS ประกอบด้วย sulfate,chloride,bicarbonate,sodium,magnesium และ calcium ลดลงเนื่องจากโอโซนได้ทำการออกซิไดซ์ แร่ธาตุต่างๆ ที่ปะปนมากับน้ำให้ตกตะกอน และสามารถโบรดาวน์ออกได้
- น้ำจะใสเนื่องจากสารแขวนลอยต่างๆ ถูกกำจัดไป
- ตะไคร่น้ำในส่วนที่แช่น้ำอยู่จะตายหมดและจะไม่ เกิดขึ้นอีก
-ไม่มีเชื้อโรค โดยเฉพาะเชื้อ Legionella หรือวัดได้ไม่เกิน 100 clf. เพราะโอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่รุนแรงที่สุด
- น้ำจะมีค่าเป็นกลางไม่เป็นด่างเหมือนกับการใช้พวกสารเคมีต่างๆ
- ลดตะกรันในเส้นท่อและCondenser ซึ่งเป็นสาเหตุในการสิ้นเปลืองพลังงาน
- ไม่ต้องล้างกัดกรดตะกรันอีกต่อไป
- ประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้สารเคมีเพราะไม่ต้องใช้อีกเลย
- ลดปริมาณน้ำสูญเสียอันเนื่องมากจากความเข้มข้นของแร่ธาตุที่ปะปนมากับน้ำ
- ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่เป็นปัญหากับการบำบัดน้ำทิ้งอีกด้วย
- ลดปัญหาการหยุดระบบเพื่อล้างทำความสะอาดหรือซ่อมแซมและการติดตั้งระบบโอโซนไม่จำเป็นต้องหยุดระบบคูลลิ่งทาวเวอร์ สามารถติดตั้งได้ในขณะที่ระบบกำลังทำงานอยู่ได้ 
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช